ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by inu_showstep on Fri Sep 02, 2016 10:41 am

ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

บทนำ

    สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านที่หลวมตัวเข้ามาอ่านฟิคชั่น ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ งานเขียนเรื่องนี้มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับผู้เขียนมาก เพราะมันเป็นเสมือนไดอารี่เล่มโปรดของผู้เขียนเอง ซึ่งผู้เขียนต้องการบันทึกเรื่องราว ความทรงจำส่วนหนึ่งในชีวิตเก็บเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นเหมือนเครื่องย้ำเตือนความจำในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงหนึ่งของผู้เขียน

    ความจริงแล้วผู้เขียนเคยบอกเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ไปบ้างแล้วในฟิคชั่นชื่อ สิงคโปร์หน้าใสกะนายบ้าบอ ทางเว็บไซต์สำหรับเขียนนิยายของเพศที่สาม โดยขณะนั้น ได้รับการตอบกลับที่ดีมาก ยอดเข้าชมกว่า 60,000 วิว และยังได้เพื่อนผู้ที่มีรสนิยมเดียวกันจากการเขียนฟิคชั่นเรื่องนี้หลายคน  แต่ ณ เวลานั้น ผู้เขียนยังปิดบังสถานะทางเพศของตัวเอง จึงบิดเบือนเรื่องราวไปเยอะ แม้กระทั่งชื่อฟิคชั่น ก็ใช้ประเทศสิงคโปร์ แทนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศของตัวละครหลักในเรื่อง แต่เว็บไซต์ที่ผู้เขียนใช้เผยแพร่ฟิคชั่นได้ทำการปิดตัวลงไปอย่างกะทันหัน ทำให้งานเขียนทั้งหมดหายไป เล่นเอาหัวใจของผู้เขียนสลายอยู่หลายวัน จนเมื่อผู้เขียนพร้อม จึงขอกลับมาเขียนใหม่อีกครั้ง และจะเก็บรักษาต้นฉบับไว้เป็นอย่างดี ไม่ให้สูญหายไปไหนอีก โดยผู้เขียนจะพยายามถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ในเหตุการณ์ต่างๆ ให้ถูกต้องและตรงตามความจริงมากที่สุด แต่อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนชื่อตัวละคร หรือรายละเอียดบางอย่างไปบ้าง เพื่อความเหมาะสม และไม่ให้กระทบต่อบุคคลในชีวิตจริง ที่ผู้เขียนเอ่ยถึงในเนื้อเรื่อง

    ขอฝากผลงานชิ้นนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ผู้เขียนรักงานชิ้นนี้มากเท่าชีวิต ถ้าเป็นไปได้ อยากจะพิมพ์เป็นเล่มแจกในงานศพของผู้เขียนเองเลยด้วยซ้ำ ผู้เขียนรักบุคคลหลายๆ คนที่อยู่ในฟิคชั่นเรื่องนี้ โดยไม่ว่าในอนาคต ความสัมพันธ์ในชีวิตจริงของผู้เขียนและบุคคลต่างๆ ในเรื่องนี้จะเปลี่ยนไปเช่นไร แต่ผู้เขียนจะจดจำเอาไว้ว่า ความรู้สึกทุกอย่างที่ถ่ายทอดลงฟิคชั่นเรื่องนี้ คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงในชีวิตผู้เขียน ผู้เขียนไม่ได้หวังว่าผู้อ่านจะชื่นชอบหรือไม่ชอบ เพราะผู้เขียนก็เป็นคนธรรมดา มีรัก โลภ โกรธ หลง แบบปุถุชนทั่วไป เนื้อเรื่องจึงไม่ได้สวยหรู ไม่ใช่นิยายหวานๆ แต่มันคือชีวิตจริงของผู้เขียน ผู้เขียนเพียงต้องการระลึกถึงความรู้สึกในช่วงต่างๆ และแบ่งปันเรื่องราวของชีวิตผู้เขียนเท่านั้นเอง
อินยุ


แก้ไขล่าสุดโดย inu_showstep เมื่อ Fri Sep 02, 2016 10:49 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : จัดหน้ากระดาษ)
avatar
inu_showstep
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 16/08/2016
ที่อยู่ : Bangkok

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by inu_showstep on Fri Sep 02, 2016 11:38 am

เราเลิกกันเถอะ


    ภายใต้บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนสีฟ้า ในพื้นที่ 50 ตารางเมตร หนุ่มวัยเบญจเพส กำลังนั่งเหม่ออยู่บนเตียงนอนเล็กๆ ของเขา คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ระหว่างเขาและผู้หญิงคนนึง ที่เขาพึ่งสูญเสียไป ภาพฉากเก่าย้อนมาใส่หัวเขามากมาย ตลอด 4 ปีที่คบกันมา มีความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนจากความรักครั้งนี้ จนเขาไม่อาจทำใจได้ “เราเลิกกันเถอะ” เป็นคำที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ยินอีก เพราะเขาคิดเสมอว่า ผู้หญิงคนนี้คือคู่ชีวิต คือคนที่จะแต่งงาน และอยู่ด้วยกันตลอดไปอย่างมีความสุข ตามแบบแผนชีวิตในอุดมคติของหญิงชายทั่วไป

    โอยยยยยย... ขอโทษนะครับ คือเขียนเรื่องเวิ่นเว้อ ใช้คำพรรณนาอะไรแบบนี้ไม่ใช่สไตล์ผมอะนะขอประทานโทษ เริ่มใหม่ๆ คือผมขอพรีเซ้นท์ตัวเองก่อนละกัน ผมชื่อ “อินยุ” นะครับ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “อิน” ก็ได้ อินเป็นคนผอม สูงประมาณ 170 ผิวสีแทนครับ อายุในเหตุการณ์ที่เขียนก็ประมาณ 25 ย่าง 26 ซึ่งสมัยนั้น อินมีแฟนอยู่ เป็นผู้หญิงคนนึง ผิวขาว หน้าหมวยๆ หน่อย ซึ่งเราเคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นนู้น แล้วพึ่งตกลงเป็นแฟนกันช่วงที่ผมเรียนมหา’ลัย ก็คบกันมายาวนาน 4 ปีกว่า จนสุดท้าย ความสัมพันธ์ของเราก็จบลง เธอเป็นคนบอกเลิกอินเองแหละครับ จะไม่ให้บอกได้ยังไงล่ะ ก็อินดันให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง เพื่อนฝูง ครอบครัว แต่กลับไม่มีเวลาให้เธอ หรือถ้ามีเวลาอยู่ด้วยกัน ก็กลับชวนทะเลาะกันตลอดเลย

    ถามว่าเสียใจขนาดไหน บอกเลยครับว่าหัวใจสลายเลยล่ะ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าเราจะเลิกกัน อินมองอนาคตเราสองคนไปยาวไกลแล้วล่ะครับ ว่าเราจะแต่งงาน มีลูกกัน มีครอบครัวที่อบอุ่นกัน แต่เพราะมัวแต่วาดอนาคต โดยไม่ยอมทำปัจจุบันให้มันดีไง ผลที่ได้ก็เลยเป็นแบบนี้ ตอนที่เธอบอกเลิกอินนี่ อินยังไม่คิดเลยนะครับ ว่าเป็นเรื่องจริง ยังคิดว่าแค่งอนอยู่ เพราะที่จริงก่อนหน้านี้อินก็เคยโดนเธอบอกเลิกมาบ้างแล้ว แต่อินก็ตามง้อและกลับมาคืนดีกันทุกที แต่คราวนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง อินสูญเสียเธอไปอย่างไม่มีวันกลับมาเมื่อวันที่ 26 มกราคม แหม พูดเหมือนตายจากกันเลย 55 เลขนี้จำขึ้นใจเลยครับ เป็นวันที่อินร้องไห้หนักมาก ใครยังไม่เคยมีประสบการณ์อกหัก ลองซะนะครับ แล้วจะรู้ว่ามันสุดยอดขนาดไหน ประมาณแบบว่า เอามีดมาแทงให้ตายไปเลยยังจะดีเสียกว่า อารมณ์ประมาณนั้นเลยล่ะ

    อินไม่รู้ว่าแต่ละคนเวลาอกหัก มีวิธีรับมือยังไงนะ แต่สำหรับอิน คือตอนนั้นยังไม่เคยอกหักแบบรุนแรงด้วยแหละ ก็เลยเรียกร้องความสนใจแรงมาก โพสต์ข้อความประชดประชันต่างๆ นานา หรือแม้แต่คำหยาบคาย ด่าทอ ลงในเฟสบุ๊คพรึบพรับเลย ออกแนวด่าตัวเอง แต่เหน็บเขาลึกๆ ตกใจตัวเองเหมือนกัน เพราะอินดูเลวร้ายมากขณะนั้น ครั้นจะฟังเพลง ก็เลือกเปิดเฉพาะเพลงเศร้า หรือเพลงที่เคยเปิดฟังกันสมัยยังคบกันดีอยู่ แล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ระหว่างฟัง ยิ่งเศร้า ยิ่งมันส์ ยิ่งเปิด ยิ่งทรมานดีจังครับ 55 ลองเอาไปใช้กันดูได้ คนเรานี่ก็แปลกเนอะ หัวใจแตกสลาย แทนที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ กลับยิ่งคอยตอกย้ำตัวเองให้หัวใจยับเยินลงไปมากกว่าเดิม ใครที่อกหักแล้วอาการเป็นแบบนี้ขอเสียงหน่อยเร็ว ฮิ้วววววว...

    ปีที่เธอบอกเลิกอิน ตอนนั้นอินก็ทำงานแล้วครับ เป็นวิศวกรอยู่บริษัทเอกชน ในจังหวัดทางภาคตะวันออก อินก็ยังมีความเป็นมืออาชีพอยู่ คือเศร้ายังไง ก็ยังปั่นงานส่งหัวหน้า แต่ก็จะมีอาการเหม่อลอยบ้างเป็นระยะๆ คนทั่วไปมองอินเผินๆ ก็จะไม่รู้ว่าอินกำลังมีปัญหาชีวิต แต่เพื่อนสนิทจะมองออกว่าไอ้นี่ไม่ปกติแล้ว ปกติมันต้องบ้าๆ บอๆ พูดมาก กวนตีน แต่ทำไมงวดนี้มันเงียบไป ก็มีเพื่อนเข้ามาถาม มาให้กำลังใจผมอยู่เรื่อยๆ แต่เนื่องด้วยเป็นการอกหักขั้นรุนแรงครั้งแรก อินจึงไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำใดๆ ของเพื่อนได้เลยครับ ยังจมอยู่กับพฤติกรรมแย่ๆ

    “พี่ฟังผมนะ อันนี้ผมไม่รู้ว่าพี่จะทำได้รึเปล่า ผมว่าพี่ควรหยุดอ่อนแอแบบนี้ได้แล้ว ถ้าพี่ยิ่งทำอะไรแย่ๆ พี่ก็จะดึงเรื่องแย่ๆ เข้าสู่ชีวิตพี่ แล้วใครเขาอยากกลับมาหาพี่ล่ะ มีแต่ความทุกข์ ถูกมั้ยพี่  แต่ถ้าพี่เปลี่ยนตัวเอง ทำชีวิตตัวเองให้ดี ให้มีความสุข ชีวิตพี่ก็มีแต่เรื่องดีๆ เข้ามา ถึงวันนั้น ผมเชื่อว่าเขาจะมองพี่เปลี่ยนไป และถ้าเขาอยากกลับมาในวันที่ชีวิตพี่ดีขึ้นแล้ว พี่เองนั่นแหละ ที่จะเป็นคนเลือก และผมบอกให้เลยว่า พี่อาจไม่อยากกลับไปหาเขาอีกแล้วด้วยซ้ำ” น้องคนหนึ่งในที่ทำงาน ชื่อนีโน่ พูดปลอบใจอิน

    มันเป็นข้อความที่ดีมากนะครับ แต่อย่างที่บอก คือ ตอนนั้นอินหูหนวกตาบอดมาก ยังไม่เข้าใจสิ่งที่นีโน่ต้องการจะสื่อ ก็ยังพร่ำเพ้อ เวิ่นเว้ออยู่ตลอดเวลา นีโน่ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทกับอินมากที่สุดในที่ทำงานคนนี้ ก็คอยปลอบผมอยู่ตลอด สรรหาถ้อยคำให้กำลังใจ บางทีก็มีธรรมะ หลักธรรมคำสอน มาบอกเราอยู่เรื่อยๆ ซึ่งอินต้องขอขอบคุณนีโน่มา ณ ที่นี้เลย ที่ร่วมผ่านเวลาที่อินทุกข์ใจที่สุดเสมอมา ไม่เคยรำคาญอิน ที่อินทำตามที่นีโน่บอกกล่าวอินไม่ได้สักที เอ๊ะ! หรืออาจมีรำคาญ แต่ไม่บ่นให้อินฟัง น่าจะเป็นอย่างนั้น 5555
และแล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึง วันหนึ่ง อินได้โพสต์ในเฟสบุ๊คของอินไปว่า

“ไม่ใช่คนดี แต่คงไม่ถึงกับเหี้ย”

    อารมณ์ตอนที่โพสต์ก็ออกแนวน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมเขาถึงทิ้งเราไป ทั้งที่เราคงไม่ได้นิสัยแย่ขนาดนั้น อะไรประมาณนี้ พักเดียวครับ ผมเลื่อนๆ ฝีดเฟสบุ๊คไปเพลินๆ เจอโพสต์หนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแฟนเก่าอิน นางโพสต์ว่า

“คนเราไม่ถึงกับเหี้ย แต่พอเหี้ยแล้วเท่านั้นแหละ เหี้ยเลย”

    โอวววววว... ใช่เลยครับ เพื่อนสนิทของแฟนเก่าคงหมายถึงผมแน่ๆ เพราะวลี “ไม่ถึงกับเหี้ย” ก็ไม่ได้แพร่หลาย ขนาดที่ใครจะมาบังเอิญใช้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะอ่านข้อความนั้น หัวใจผมเต้นสูบฉีดรุนแรงมาก คือโพสต์ถ้อยคำแย่ๆ ไปมากมายแต่ยังไม่เคยโดนด่ากลับมาแบบนี้เลย และอีกพักนึง นางก็มาคอมเม้นต์ในโพสต์ของผม

“ขอโทษนะ แต่เราในฐานะเพื่อนคงปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ นายนี่ทำตัวเหมือนเด็กจริงๆ ไม่ยอมเข้าใจอะไรสักที คนที่เลิกกันไปแล้ว ก็ไม่ควรจะคอยรังควานกันแบบนี้ แล้วทำตัวจมอยู่ในความทุกข์ ทำให้พ่อแม่ คนรอบข้างต้องเป็นห่วง ดูแลตัวเองไม่ได้ ไม่รักตัวเองแบบนี้ แล้วจะไปรักใครได้”

    ทันทีที่อ่านข้อความจบ อินรู้สึกเป็นคนโง่มายาวนาน แล้วถูกคนตบหน้าฉาดใหญ่เพื่อเตือนสติ ทั้งแสบทั้งชาไปทั้งแก้ม หน้าแดง หูร้อน หัวใจสูบฉีดรุนแรง ไม่เคยมีใครเตือนสติเราได้ตรงประเด็นขนาดมาก่อน เมื่อคิดได้ อินก็พูดกับตัวเองว่าจะหยุดเรียกร้องความสนใจ หยุดการรังควาน หยุดการทำตัวจมความทุกข์แต่เพียงเท่านี้ ถอยออกมาจากเฟสบุ๊ค ขอตัวเลิกเล่นเฟสบุ๊คไปก่อน คนที่ดีใจกับผลการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะใครล่ะถ้าไม่ใช่คนรอบข้าง และนีโน่ บทสนทนาเล็ก ระหว่างผมกับนีโน่ในห้องอาหารที่บริษัท

“ดีแล้วพี่ ตอนนี้ผมว่าพี่อย่าพึ่งเข้าเฟสบุ๊คเลย ไปส่องเขาพี่ก็เจ็บ แล้วพี่จะส่องไปทำไม” นีโน่เห็นดีเห็นงาม

อิน “ขอบใจนะที่คอยเตือน นี่ถ้าเพื่อนเขาไม่ว่าพี่แบบนั้น พี่ก็คงบ้าไปอีกนาน”

“5555 สมน้ำหน้า โดนด่าซะบ้าง” นีโน่ทำเสียงสะใจ

“ขำ...ขำ...ไอ้สัส กูนี่เหมือนถูกตบหน้าเลย 5555” อิน

    ขออนุญาตอธิบายเกี่ยวกับนีโน่เพื่อนสนิทผมคนนี้เพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ นีโน่เป็นลูกอีสาน แต่พูดสำเนียงอีสานไม่ค่อยได้ เพราะที่บ้านไม่ค่อยพูด มาเรียนปริญญาตรีที่มหาลัยดังในกรุงเทพ อายุน้อยกว่าผมประมาณ 2 ปี สูงประมาณ 175 หุ่นปกติ ไม่ผอมไม่อ้วน นีโน่กับผมเริ่มงานที่นี่ไล่เลี่ยกัน ตำแหน่งงานเดียวกัน ก็เลยคุยกันสนิทเหมือนเพื่อน และด้วยความที่เป็นคนกวนเหมือนๆ กันก็เลยเข้ากันง่าย ถึงแม้จะมีมุมไร้สาระเยอะ แต่เมื่อมีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว นีโน่จะคอยให้กำลังใจอิน คอยเตือนอินตลอด

    คนอื่นๆ จะมองว่ามันเป็นเด็กเกรียน แต่อินรู้ว่าที่จริงมันเป็นคนจริงจังกับชีวิต แถมยังธรรมะธรรมโม สวดมนต์ก่อนนอน เดินจงกลมตอนเช้าประจำ ที่อินรู้เพราะอินชอบไปนอนค้างที่หอพักมันบ่อยๆ อินคิดว่าคนธรรมะธรรมโมแบบนี้ แทบจะหาไม่ได้แล้วในหมู่วัยรุ่นไทยยุคปัจจุบัน ที่สำคัญ มันคอยอยู่กับอินทั้งเวลาสุขและทุกข์เสมอ เป็นไง หมอนี่มันแสนดีไหมล่ะ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เผลอใจเคยชอบมันได้ยังไง


แก้ไขล่าสุดโดย inu_showstep เมื่อ Fri Sep 02, 2016 11:46 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง (Reason for editing : จัดหน้ากระดาษ)
avatar
inu_showstep
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 16/08/2016
ที่อยู่ : Bangkok

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by inu_showstep on Fri Sep 02, 2016 12:58 pm



อันนี้รูปวันเกิดนีโน่เมื่อปีที่แล้ว มานั่งกินอาหารญี่ปุ่นกันในห้าง อินใส่เสื้อลายจุดครับ ส่วนนีโน่เสื้อสีฟ้า
avatar
inu_showstep
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 16/08/2016
ที่อยู่ : Bangkok

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by fcsunaree on Sat Sep 03, 2016 4:59 pm

มาต่อเร็วๆเน้อ พี่อาร์ต ปล.ฟังแล้ว อินนิดนึง บวกกับ ฟังเพลงอกหักด้วย 555 กวนทีนพี่อาร์ตแปป #จดหมายคนอกหัก
avatar
fcsunaree
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 47
Join date : 15/08/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by chonla99 on Sun Sep 18, 2016 9:55 pm

ไม่มาต่อแล้วหรครับ? เห็นหายไปตั้งนาน
avatar
chonla99
Curator [D]
Curator [D]

จำนวนข้อความ : 54
Join date : 20/08/2016
Age : 18

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by inu_showstep on Thu Sep 22, 2016 3:13 pm

มาครับ พอดีแต่งเอาไว้ในไมโครซอร์ฟเวิร์ด เดี๋ยวก็อปมาวางแพพ
avatar
inu_showstep
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 16/08/2016
ที่อยู่ : Bangkok

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by inu_showstep on Thu Sep 22, 2016 7:54 pm

หนีตามกาลิเลโอ

วันนี้อินรีบตื่นเช้าเป็นพิเศษ ฮ้าววววววว... ยังง่วงอยู่เลยอะ แต่จะไม่ให้รีบตื่นได้ไงล่ะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อินจะได้ขึ้นเครื่องบิน เกิดมายังไม่เคยขึ้นสักครั้งนี่นา นอนไม่ค่อยหลับเลยเมื่อคืน ไหนๆ ก็อกหักรักคุดแล้วไง เงินสินส่งสินสอดที่เก็บๆ ไว้เอาไปผลาญให้หมดกับการเที่ยวครั้งนี้ซะเลย!! ไม่ต่งไม่แต่งแม่งแล้ว ชีวิตนี้กรูวจะโสดดดดดด... 5555 พอรู้ว่าจะได้เดินทางตามความฝันก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที แม้ในใจจะยังช้ำๆ อยู่ แต่ช่างมัน ส่วนเที่ยวที่ไหนน่ะหรอออ.. ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก... ญี่ปุ่นนนนน... ดูปากนัดชานะคะ เจแพ่นนนน... กรี๊ดดดดดดดดดดดด บ้าไปแล้วกู 5555

การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นการเดินทางตามความฝันครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตอินเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่ๆ อินฝันมาตั้งแต่เด็ก ว่าชีวิตนี้เราต้องไปที่ญี่ปุ่นให้ได้ เหตุผลน่ะหรอ ง่ายๆ อยากไปเซ็กส์ช็อป อยากซื้อจิ๋มกระป๋อง 5555 ตายแล้ว พึ่งรู้ว่าตัวเองหื่นมาตั้งแต่เด็ก แต่แหม มันก็อยากรู้อยากเห็นอะเนอะ แต่อินก็ไม่มีโอกาสได้ไปสักที ไม่มีเวลา ไม่มีเงิน ข้ออ้างสารพัด พออกหักเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรจะเสีย ไปโลดดด!! 5555 อินเตรียมตัวเยอะมาก ในการไปครั้งนี้ อย่างที่บอก เพราะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก แล้วก็ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ก็กลัวไปหมดอะ เพราะอ่านในเน็ต ถึงความโหดของผู้ตรวจคนเข้าเมือง เลยกังวลสารพัดกลัวจะเขาไม่ให้เข้าประเทศ เลยขอทั้งใบรับรองพนักงาน ทั้งใบรับรองเงินเดือน ทั้งสลิปเงินเดือน ไปทำบัตรเครดิต วุ่นวายสารพัด

แล้วไปนู่นก็ไม่ต้องเสียค่าโรงแรมนะครับ เพราะเพื่อนสนิทอินสมัยเรียนปริญญาตรี ทำงานอยู่ที่นู่น มันชื่อบอส คนนี้สนิทมาก เตี้ยกว่าอินเล็กน้อย 170 เห็นจะได้ หุ่นก็สมส่วนไม่ผอมไม่อ้วน กวนตีนๆ ทำอาหารเก่ง เป็นคนสู้ชีวิต ทำงานส่งตัวเองเรียน ที่สำคัญหล่อด้วย โอยฟินตรงข้อสุดท้ายนี่แหละ 5555 บ้าหรอ เพื่อนเว้ย ไม่ได้คิดอะไร!! บอสกับอินเป็นบัดดี้กันสมัยเรียน ก็เลยจะไปพักที่ญี่ปุ่นกับมัน ประหยัดไปได้หลายพันเลยแหละ โฮ๊ะๆๆ เราจะได้เอาตังค์ที่เหลือไปซื้อจิมิ๊กระป๋องหลายๆ อัน โอย แค่คิดก็ฟินนนน... เลือดกำเดาก็แทบพุ่ง 5555 เดี๋ยวๆๆ มัวแต่จินตนาการ เดี๋ยวก็ไปขึ้นเครื่องไม่ทันพอดี มาครับ ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน

Let’s Goooooooo!!

หลังจากผ่านกระบวนการต่างๆ นานา ตั้งแต่ในไทย ไปจนอ้าปากค้างกับการเหินฟ้า จนลงมาสู่ดินแดนญี่ปุ่น ช่างเป็นประสบการณ์น่าประทับใจ ผ่านขั้นตอนผู้ตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว แต่ไอ้ตอนจะก้าวออกจากสนามบินญี่ปุ่นนี่แหละ มันมาพีคตอนนี้

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ” เจ้าหน้าที่สนามบินสาวสวยทักทายผมอย่างเป็นมิตร

“สวัสดีครับ” ผมยิ้มตอบอย่างมีมารยาท แม้จะตลกกับภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นของนาง

“ไม่ทราบว่าคุณพกพาแอลกอฮอล์ สารเสพติด หรือของต้องห้ามอะไรเข้ามาในประเทศเรารึเปล่าคะ” นางถาม

“อ่อ ก็มีแต่แอลกอฮอล์ครับ เพื่อนฝากซื้อมาจากไทย” ผมตอบ

“แอลกอฮอล์หรอคะ?! แล้วอย่างอื่นล่ะคะ บุหรี่ กัญชา เฮโรอีน ฝิ่น” นางยิ้มถามพร้อมกับหยิบรูปยาเสพติดประเภทต่างๆ มาให้ผมดู  เหมือนให้ผมชี้ว่า ผมพกอะไรมาเสพอีก 5555

“ไม่มีแล้วครับ แค่เหล้าไทยแบนเดียว” ผมตอบเสียงนิ่ง เพราะคำถามนางเริ่มทำให้ผมรู้สึกไม่โอเค

“งั้นขอตรวจกระเป๋าหน่อยนะคะ” ซะงั้น...ทำไมตรวจกูคนเดียววะ คนอื่นเดินผ่านสบายใจเฉิบ หรือหน้าตากูเหมือนอาชญากรวะ 5555 เอาๆ อยากจะค้นจะรื้ออะไรก็เชิญ อินก็ยื่นกระเป๋าให้ นางก็แงะดูทุกซอกทุกมุมทุกหลืบ เสื้อผ้าที่ผมแพ็คมาทั้งคืนแตกกระจาย กางเกงนงกางเกงในเกลื่อน อายชาวบ้านชิพหาย

“โอเคค่ะ ไม่พบอะไร ยินดีต้อนรับเข้าสู่ญี่ปุ่นค่ะ” อ่ะจ้ะ อีดวกกกกกก... นางยิ้มแล้วผลักของที่นางรื้อคืนมา... คือกูต้องเสียเวลาแพ็คกลับเข้าไปใหม่ใช่ไม๊ คือมึงก็มีเครื่องแสกนไม๊ โอ้ย อยากจะบ้า แต่ช่างมัน สุดท้าย ฉันก็ได้เข้าประเทศญี่ปุ่นจ้า...

พอออกมาจากด่านสุดท้าย อินก็มองหาบอส เพื่อนของอินอยู่พักนึง แล้วเราก็ได้เจอกัน

“หูยยยยย มึง ทำไมออกมาช้าจังวะ กูเห็นคนอื่นเขาออกมากันหมดแล้ว” บอสทักอินสีหน้าเสียด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องเลย เหล้าที่มึงฝากกูซื้อนั่นแหละ อีเจ้าหน้าที่มันถามว่าพกเหล้ามาป่าว กูบอกพก แม่งจับกูรื้อกระเป๋าหมดเลย รื้อแล้วแม่งก็ไม่แพ็คคืนให้กูด้วย” อินโวยวายใส่บอส

“อ้าวหรอ 5555 โทษทีๆ แล้วมึงไปบอกเขาทำไมล่ะว่ามี” บอสขำร่วน

“อ้าวไอ้สัด กูจะไปรู้หรอ มันถามกูก็ตอบ ถ้ากูโกหก เดี๋ยวแม่งจับกูขึ้นมาทำไง ไอ้นี่” อินด่าสวน

“5555 เออๆ กูขอโทษ ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับไปเมาย้อมใจ” บอสเดินเข้ามาช่วยขนกระเป๋าไปขึ้นแท็กซี่เพื่อกลับที่พัก แล้วเตรียมรับประทานอาหารค่ำที่บ้านพักของมัน


นี่เลยครับดินเนอร์คืนวันแรกที่ไอ้บอสเตรียมไว้ให้ หอยนางรมกับหมูนึ่งมะนาว อาหารยอดฮิตของคนขี้เมา 5555 ปั๊ดโถ่ว!! ไอ้เราก็นึกว่า มาญี่ปุ่น ไอ้บอสจะทำข้าวปั้น ทำซูช้งซูชิ มาให้กิน ป่าวเลยจ่ะ แต่เอาเถอะ หิวแล้ว ก็กินกับแกล้มเคล้าเหล้าไปฟินๆ หอยนางรมสดมากกก... หมูมะนาวก็รสชาติเยี่ยม โอย ท้องอิ่ม เมาๆ หลับสบายดีจังคืนแรก

วันต่อมาก็วันเที่ยวครับ ไอ้บอสพาผมไปซื้อตั๋วรถไฟแบบเหมาๆ ขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในเกาะคิวชู ตั้งแต่เมืองฟุกุโอกะ ไปจนถึงเมืองชิเชบูทางตอนใต้สุด สนุกสิครับคราวนี้ วางแผนกันเพลิน ว่าจะลงเที่ยวกับแทบทุกสถานีเลย เอาให้คุ้ม รถไฟฟ้าที่นี่ทันสมัยและตรงเวลามาก ตรงแบบเป็นรายนาทีเลย เขาควบคุมเวลาได้ อย่าเอาไปเทียบกับรถไฟไทยนะครับ 5555




แต่ก็ต้องดูตารางการเดินทางให้ดี เพราะที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาญี่ปุ่น มีภาษาอังกฤษบ้างแต่ไม่มากนัก ถ้าไม่ศึกษาเส้นทางก่อน คงมีหลงบ้านแหละ ดีนะ ที่ไอ้บอส มันอยู่ที่นี่มาเกือบปี ทำให้พอรู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้าง เราเอาตัวรอดจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าญี่ปุ่นได้ ถ้าอินมาคนเดียวล่ะงานงอกแน่ๆ สถานีแรก จะไปดูปราสาทโบราณ แต่มาดูสภาพรถไฟฟ้าชิงคังเซนของเขาซะก่อน บอกแล้ว ว่าอย่าไปเทียบกับของบ้านเรา
avatar
inu_showstep
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 16/08/2016
ที่อยู่ : Bangkok

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by chonla99 on Thu Sep 22, 2016 9:13 pm

ติดตามครับ มาต่ออีกนะครับ
avatar
chonla99
Curator [D]
Curator [D]

จำนวนข้อความ : 54
Join date : 20/08/2016
Age : 18

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by korn7 on Sat Sep 24, 2016 7:56 am

มาต่ออีกนะครับ รอๆๆๆ
avatar
korn7
Curator [D]
Curator [D]

จำนวนข้อความ : 74
Join date : 16/08/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by inu_showstep on Sat Sep 24, 2016 7:41 pm

หลังจากตื่นตาตื่นใจกับการขึ้นไฟฟ้าชิงคังเซน ที่ภายในสวยหรูอย่างกะขึ้นเครื่องบิน วิวสองข้างทางก็สวยงาม บ้านเรือนเขาดูคลาสสิค บ้านแต่ละหลังก็ทาสีโทนเดียวแทบทั้งหมู่บ้าน ดูเป็นระเบียบบ้าง นึกถึงบ้านที่ไทย ที่ต่างคนต่างทาคนละสี สีแดงสีเขียวอะไรไม่รู้ มันก็เท่ห์ไปคนละแบบ

สถานีแรกที่เราลง ก็คือปราสาทคุมาโมโตะ พอลงจากรถไฟฟ้ามา ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นทันที อยู่ในรถไฟฟ้าอบอุ่นกว่าตั้งเยอะ แต่ไม่เป็นไร อากาศแบบนี้ก็สบายไปอีกแบบ คล้ายๆ กับประเทศไทยหน้าหนาวเลย ถึงแม้ว่าจะมีแดด แต่ไอเย็นนี่ทำให้ไม่รู้สึกร้อนเลย ว่าแล้วอินกับบอสก็มุ่งหน้าไปยังตัวปราสาท มันช่างยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ สำหรับคนไม่เคยไปต่างประเทศอย่างอิน โอ้วววว มายยยย ก้อดดดดด ใหญ่มากกกกกกกกกกก



ปราสาทคุมาโมโตะนี้ เท่าที่รู้ก็เก่าแก่เกือบ 400 ปีแล้ว เป็นปราสาที่ขนาดใหญ่และสวยงามมาก เห็นว่าเป็นปราสาทที่มีความแข็งแรงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยล่ะ สร้างเอาไว้เป็นป้อมปราการ คนที่มาท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ก็เป็นคนญี่ปุ่นนี่แหละ ไม่ค่อยเห็นฝรั่งมังค่าสักเท่าไหร่

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูเป็นสิ่งแปลกใหม่ทั้งหมดสำหรับอิน ในแต่ละชั้นก็จะมีประวัติเก่าๆ ของญี่ปุ่นจัดแสดง ทั้งอาวุธโบราณ เสื้อผ้าโบราณ เครื่องมือเครื่องไม้สมัยก่อน รวมถึงรายชื่อเหล่านักรบ สลักบนแผ่นไม้ ติดไว้รอบฐานปราสาทด้านใน ดูมีความขลังมาก ถ้าให้มาตอนกลางคืนคงไม่ไหวนะ จนเราสองคนเดินขึ้นถึงชั้นบนสุด ก็ได้เห็นวิวรอบบริเวณนั้น สวยงามน่าประทับใจ กว่าจะชมรอบปราสาทก็ใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมงนู่นแน่ะ เที่ยวกันเองก็ดีแบบนี้แหละ ไม่ต้องรีบไปไหน สามารถสูดบรรยากาศที่เที่ยวได้เต็มที่ ว่าแล้วก็ถึงเวลาไปสถานีต่อไป

พออินกับบอสเดินออกมาจากปราสาท ก็เดินเล่นไปเรื่อยครับ จนเห็นทางเข้าสวนแห่งนึงเลยแวะเข้าไป อันนี้อยู่นอกแผนครับ ไม่รู้ว่าข้างในสวนเป็นยังไง พอเดินเข้าไปเจอ แทบกรี๊ดเลย สวยมาก รู้สึกถึงความเป็นสวนญี่ปุ่นโดยแท้ครับ มองหาชื่อสถานที่ จึงได้รู้ว่าชื่อ สวนซุยเซนจิ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โน้นนนนน สวนของญี่ปุ่นนี้ก็นะ ต้องมีทะเลสาบ ศาลาไม้ สะพานหิน คลาสสิคมาก นอกจากนั้นยังมีสัตว์อยู่ที่นี่ด้วย นกกระเรียน หงส์ เป็ดน้ำ และก็ปลาคาร์ฟ คือเลี้ยงเป็นสวนสัตว์เปิดเลย ฟินมาก ดีนะที่แวะเข้ามา ก็เลยนั่งๆ นอนๆ สูดบรรยากาศ แบบสโลว์ไลฟ์กันอีกเป็นชั่วโมง


ขาเดินออกมาจากสวนซุยเซนจิ ก็เจอกับศาลเจ้าเลยแวะเข้าไปเดินดู คือคนญี่ปุ่นนี่ดีอย่างครับ เขาไม่ยึดติดกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง คือบางทีเขาก็มีหิ้งบูชาเหมือนพุทธ แต่งงานแบบคริสเตียน แต่ก็ไปสักการะกับศาลเจ้าชินโต แต่งานศพก็จัดแบบพุทธ แต่ก็ร่วมฉลองคริสมาสต์ 5555 โคตรเสรีเลยประเทศนี้ รับวัฒนธรรมหลากหลายดี


แล้วเราสองคนก็เดินเล่นไปทั่วเมืองเลยครับ เรียกได้ว่าเที่ยวแบบสัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นแบบลึกซึ้ง คือเคยได้ยินว่าเวลามากับทัวร์ เขาจะแวะหลายที่ แต่ว่าเป็นการเที่ยวแบบเร่งรีบ ดีนะ ที่การเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของผม มาแบบชิวๆ ขำๆ แป็บๆ ก็หมดวันแรกแล้วครับ กลับไปตั้งหลักที่บ้านของบอส เก็บแรงไว้ลุยต่อในวันพรุ่งนี้

avatar
inu_showstep
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 11
Join date : 16/08/2016
ที่อยู่ : Bangkok

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by korn7 on Mon Oct 31, 2016 1:13 pm

ไม่ต่อละอ่อครับ หายไปนานเลย
avatar
korn7
Curator [D]
Curator [D]

จำนวนข้อความ : 74
Join date : 16/08/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ฟิลิปปินส์หน้าใสกะนายบ้าบอ

ตั้งหัวข้อ by zero1 on Mon Oct 31, 2016 7:07 pm

ขอหน้า ชัด ๆ ได้ไหม ครับบ

zero1
Beginners [F]
Beginners [F]

จำนวนข้อความ : 18
Join date : 28/10/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ